แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FF2020 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FF2020 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

กลยุทธที่ฝังไว้ในภาพถ่ายเพื่อการขายสินค้าออนไลน์สำหรับ SMEs

ในบางครั้งการถ่ายภาพเพื่อขายของออนไลน์ หรือ E-Commerce เองก็ต้องมีกลยุทธเช่นเดียวกัน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประเภทรูปที่เราจะเตรียมก่อนนำไปขายกันก่อน

ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ชุดด้วยกัน

1) รูป thumbnail
คือรูปเล็กๆ ที่โชว์ในหน้ารวมหลัก ที่รวมอยู่ในหน้าเวปซื้อขาย ซึ่งจะเห็นปะปนกับสินค้าตัวอื่นๆ เรียกง่ายๆว่ามีสินค้าคู่แข่งข้างๆรอบตัว


ในส่วนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสื่อสารออกมาแบบ Single Message เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นแล้ว เข้าใจสินค้าเราทันที่ โดยไม่ได้บอกอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เนื่องจากผู้บริโภคออนไลน์มีพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์
ซึ่งจะไม่อดทดเรียนรู้หรือสามารถมองข้างบางอย่างบนหน้าจอที่มันไม่กระจ่างชัดหรือสามารถตรึงให้เค้าเข้าไปสืบค้นต่อได้ เนื่องจากเค้ามีทางเลือกมากมายที่จะค้นคว้าและอำนาจอยู่ที่ปลายนิ้ว

Concept ของการเตรียมรูป thumbnail ก็คือ ทางที่ดีต้องพื้นหลังขาว  เพื่อให้สินค้าชัดเจน


2) รูปสินค้าประกอบคำบรรยาย 
ในส่วนนี้ เป็นรูปสินค้าที่ ที่ผู้ซื้อจะเห็นหลังจากคลิ๊กรูป thumbnail แล้ว ซึ่งโดยส่วนมากจะใช้ประกอบคำบรรยาย ซึ่งจะแบ่งเป็นรูป สินค้าแบบความละเอียดชัดเจน , ภาพแสดงการใช้งานให้เข้าใจว่าสินค้านี้ไว้ใช้ทำอะไร ,ขนาดของสินค้า บางครั้งใช้เปรียบเทียบกับสิ่งของมาตรฐานที่มีอยู่ทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น วางคู่กระป๋องน้ำอัดลม วางคู่กับไม้บรรทัด เพื่อให้กะประมาณการณ์ขนาดคร่าวๆได้

3) emotional picture 
เป็นรูปที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อใช้สินค้านี้แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไร เช่น สินค้าเครื่องออกกำลังการ ใช้แล้วล่ำ เครื่องสำอางค์ใช้แล้วสวย ของแต่งรถใช้แล้วรถแรง เป็นต้น



การใช้ภาพบน E-Commerce ก็ได้แบ่ง ตามลำดับขั้นของการซื้อของลูกค้าออกเป็นสองทางได้แก่ 

1) ทางใสสะอาดเพื่อความยั่งยืน (แนะนำ)
ให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าตามความเป็นจริง คือภาพรายละเอียดสินค้า จะมี 2 แบบ คือ emotional รูปถ่ายสวยงามจัดแต่งแสงสีและองค์ประกอบสวยงาม และ realistic คือรูปถ่ายสินค้าตรงๆ ทราบขนาด ด้วยแสงธรรมชาติ ไม่ปรับแต่งภาพ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นของจริง ก่อนการติดสินใจ 

ข้อดี ลูกค้าเห็นของในเวป และ ได้รับของ ตรงกัน (เป็นไปตามความต้องการ) และยั่งยืนเพราะมีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ และแนะนำต่อ เพราะลูกค้าไม่ผิดหวังจากภาพที่เห็นในเวปและของจริงนั้นเหมือนกัน

ข้อเสีย หากตัวสินค้ามีจุดบกพร่้อง ลูกค้าก็จะเป็นตรงๆ และจำนวนผู้ซื้อก็อาจจะน้อยลงไปตามจุดบกพร่องที่เห็น


2) ทางสีเทา ไม่ถูกต้องตามจริง 100% (ไม่แนะนำให้ทำเป็นอย่างยิ่ง) 
ผู้ขายบางรายทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำในโลกการขายสินค้าออนไลน์คือ ปรับแต่รูปให้สวยเกินจริง หรือตั้งใจให้ผู้บริโภคเข้าใจไม่ตรงกับความจริง เช่้นถ่ายให้ดูใหญ่เกินจริง ปรับแต่งสีสรรค์ หรือไม่ถ่ายให้ครบทั้งชิ้น ลีกเลี่ยงจุดที่เป็นข้อเสียของสินค้า โดยไม่บอกให้ผู้ซื้อทราบตามตรง


ข้อดี ดูเหมือนจะไม่มี เพราะหากลูกค้าหลงซื้อก็จะได้รับ feedback ไม่ดี

ข้อเสีย  ไม่มีการซื้อซ้ำและโดน feedback ไม่ดี อาจโดนฟ้องบนเวปต่างๆ



ที่มาของภาพ ตลาดดอทคอม (TARAD.com)



วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ความสามารถของเครื่องมือออนไลน์ ที่ช่วย SMEs ตรวจสอบทิศทางธุรกิจของท่าน

Trend : Digital Lifestyle


เครื่องมือที่จะช่วยตรวจสอบทิศทางความสนใจเบื้องต้นของโลกที่มีต่อธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง
หนึ่งในเครื่องมือที่มีความน่าสนใจคือ google trends  ( http://www.google.co.th/trends/ )



เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบ Trend ที่เกิดขึ้นของโลกได้ ผ่านหน้าจอง่ายและสะดวก เพียงไม่กี่คลิ๊ก 

การทำงานของ Google Trend คือการตรวจสอบปริมาณความสนใจของคนที่เข้าค้นหาข้อมูลผ่าน google และ พันธมิตรการค้นหาต่างๆ ผ่านคำค้นหาต่างๆ เราสามารถดูได้ไม่ว่าจะเป็นค้นมาจากประเทศอะไร เมื่อไร่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆสำหรับโลกในยุค Digital Lifestyle


ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการจะจัดสินค้าช่วงเทศการปีใหม่ ไม่ว่าจะเพื่อขายออนไลน์หรือต้องการกระตุ้นการรับรู้ของตลาดในกช่องทางการค้าปรกติ

ซึ่งหากผู้ประกอบการ SMEs อยา่กทราบว่า

1) ผู้ซื้อเริ่มเข้ามาค้นหาสินค้าประเภทนี้เมื่อไร่ จะได้เริ่มโฆษณาได้ตรงวัน
2) มาจากประเทศอะไร ซึ่งสื่อออนไลน์สามารถกำหนดพื้นที่แสดงโฆษณาได้ ทำให้เฉพาะเจาะจง
3) ส่วนใหญ่ผู้ซื้อสนใจซื้อสินค้าใด


เพียงเราใส่ตัวอย่างของคำค้นหาที่เราคาดการว่ามีคนสนใจเข้าไป

ตามตัวอย่างนี้คือค้นหาคำว่า "ของขวัญปีใหม่" 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Trend แสดงให้เราเห็นทันทีเลยว่า เป็นการสนใจแบบเป็นช่วงๆอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่เราจะรู้และใช้ประโยชน์คือ เริ่มสนใจเมื่อไร่ และมีความสนใจเพิ่มขึ้นหรือไม่

เมื่อซักครู่เป็นการค้นหาแบบทั่วโลก (ด้วยคำค้นหาภาษาไทย ก็จะเจอแต่คนที่ใช้ภาษาไทยในการค้นหาทั่วโลก อาจจะเป็นคนในประเทศ หรือ อาจจะเป็นคนไทยในต่างแดน )

และเรายังสามารถเจาะจง แค่การค้นหาที่เกิดขึ้นในประเทศเท่าน้น (กดเลือกประเทศที่มุมซ้ายด้านบน เปลี่ยนคำว่า "ทั่วโลก" เป็น "ไทย"







สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

เราเจอการค้นหาเจาะจงแค่ในประเทศเท่านั้น






ทำให้เราเริ่มเจาะเข้าไปทราบถึงเมืองที่มีความสนใจ  จริงอยู่ว่าคนสนใจ "ของขวัญปีใหม่" อยู่ทั่วประเทศ แต่ เืพื่อการทำการโปรโหมดอย่างคุ้มค่าของ SMEs เราควรต้องให้งบให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการเฉพาะเจาะจง ตลาดที่เราต้องการจะสื่อสารไป เพื่อเป้าหมายในการเข้าถึงที่ตรงเป้า ชัดเจน

และเราก็ยังทราบได้อีกว่าความสนใจ "ของขวัญปีใหม่" นั้นเค้าสนใจอะไรกัน ตามที่เห็นอยู่ในภาพ ผู้ประกอบการ SMEs ก็เริ่มจะมองเห็นแล้วว่า ของขวัญปีใหม่ที่คนสนใจในโลกออนไลน์ มีความเป็นไปได้ว่า คือกระเช้า ปืีใหม่นั่นเอง เราก็คงเริ่มจะจับทางของสินค้าได้แล้วว่าจะปรับตัวออกสินค้าตามเทศการได้อย่างไร และนำไปเป็นเหตุผลสนับสนุนการตัดสินใจได้ไม่ยาก








นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ ได้ง่ายๆเท่านั้น แต่ ผู้ประกอบการ SMEs ลองนึกภาพดูว่า หาก เราไม่ค้นหาคำนี้ ลองเปลี่ยนเป็นคำอื่นๆที่เราต้องการทำธุรกิจ ที่มีมูลค่า ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น "รถมือสอง" "ที่ดิน" "คอนโด" "หุ้น" ให้ตอบรับกับธุรกิจของท่าน
เท่านี้เราก็เริ่มรู้จักกับ Google Trends เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตลาดของเราได้ เบื้อต้นแล้ว

ตอนต่อไปเราจะเริ่มลงลึกไปว่า เราจะเปรียบเทียบความสนใจในแต่ละคำค้นหาได้อย่างไร และเจาะลึกไปยังความสนใจเพื่อเลือกข้อความในการโปรโหมดสินค้าผ่าน online เราได้อย่างถูกต้อง